บทความวันครุ (อยากให้อ่านกัน)
posted on 19 Jun 2007 20:36 by n-o-x in UpblockTopic
ช่วงวันไหว้ครูมาถึงแล้วเลยอยากเอาบทความนี้มาลง
เห็นข่าวครูถูกฆ่าแล้วใจหายจริงๆ ทำไมถึงโหดเหี้ยมกันอย่างนี้นะ...
ก็เป็นเรื่องที่แต่งไว้นานแล้ว (จำไม่ได้ว่ากี่ปีนะ)
แต่เราว่ามันก็ยังไม่ล้าสมัย
แม้จะเป็นคล้ายๆ กับการเล่าเรื่องในอดีตก็ตาม
ยอมรับว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจากคุณครูของตัวเอง
และคุณครูต้นแบบในการ์ตูน - ละครอีกหลายเรื่อง
(อย่างน้อยเราก็มีครูที่ขับมอเตอร์ไซค์แข่งมาโรงเรียนจริงๆ นะ)
เคยคิดว่าจะไปส่งเป็นบทความในวันเด็ก,
Forward mail หรือลงในหนังสือพิมพ์อยู่เหมือนกัน
ก็เลือกไม่ถูกว่าจะเอายังไง
แต่ที่แน่ๆ บทความนี้จะต้องอยู่ในบล็อกของเราชัวร์....
และบางทีถ้าถึงวันครูก็คงจะเอามาลงอีกทีล่ะนะ
ลองติดตามอ่านเรื่องราวดีๆ นอกจากผลงานฟิคของเราดูสักหน่อย
ว่าจะเป็นยังไงบ้าง? อยากให้อ่านจริงๆ
แล้วก็กลับไปหา... ไปไหว้คุณครูกันบ้างนะ
คำอุทิศ
แด่คุณครู.....
ผู้จากไปในเหตุการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
และคุณครูทุกคน เรือจ้างผู้เสียสละที่ยิ่งใหญ่ในโลกใบนี้
----------------------------
คุณครูผู้ยิ่งใหญ่ (The great teacher)
จำในวัยเรียนของคุณได้ไหม? จำคุณครูที่สอนคุณได้ทุกคนหรือเปล่า? แล้วมีครู
สักคนไหมที่ยิ่งใหญ่สำหรับคุณเหลือเกิน
ช่วงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นช่วงเวลาที่ฉันค่อนข้างสับสนในชีวิต เพราะมันเป็นครั้งแรก
ที่ฉันจะได้ตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของตัวเอง เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต หาก
เลือกได้ถูกทาง ชีวิตก็จะสดใส แต่ถ้าเลือกทางเดินผิด ชีวิตก็อาจจะจมสู่ความมืดมนไป ช่วงนี้จึง
เป็นเวลาที่ฉัน และเพื่อนๆ ในวัยเดียวกันต่างพากันกลุ้มอกกลุ้มใจ คิดมากเกี่ยวกับที่เรียนต่อ
ในชั้นมัธยมศึกษา และไม่สดใสร่าเริง และวิ่งเล่นสนุกสนานแบบที่เด็กวัยนี้ควรจะเป็น
และมีอีกสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงไปก็คือ ครูประจำชั้นที่สอนมาได้ครึ่งปีก็ขอลาคลอดไป
พวกเราจึงได้ครูประจำชั้นคนใหม่มาสอนแทน ท่านเป็นคุณครูผู้ชายที่ค่อนข้างหนุ่ม เหมือนเพิ่ง
จะเรียนจบมาได้สักพักใหญ่ๆ แล้ว ดูเป็นผู้ชายที่ไม่ค่อยใส่ใจตัวเองสักเท่าไหร่ เสื้อผ้าก็ดูยับๆ มอมๆ
ทรงผมก็ดูกระเซอะกระเซิง หนวดเครารุงรัง รองเท้าที่สวมใส่อยู่ก็ฝุ่นเกาะเต็มไปหมด ฉันได้แต่คิด
ในใจว่าเขาคงยังไม่มีแฟนล่ะมั้ง เลยปล่อยตัวซะเซอร์ขนาดนี้ ในขณะที่เพื่อนของฉันต่างพากัน
วิจารณ์ว่าเขาไม่สมกับเป็นครูเอาซะเลย หรือว่าจะพึ่งพาได้ไหม
คาบแรกมาถึงหลังจากที่ครูคนใหม่แนะนำตัวเสร็จ นักเรียนทุกคนในห้องต่างพากันเอา
ตำหรับตำราขึ้นมาวางบนโต๊ะอย่างรู้หน้าที่ แทนที่จะได้รับคำชม แต่กลับเป็นสีหน้ายุ่งๆ ของเขาแทน
เขาบอกให้เก็บตำราเรียนไปให้หมด และเอากระดาษขึ้นมาเขียนเรียงความ เกี่ยวกับตัวเอง เพื่อนของ
ฉันต่างก็พากันแปลกใจ เพราะนี่เป็นวิชาคณิตศาสตร์ทำไมถึงให้มาเขียนเรียงความเพื่อนๆ บางคนก็
ทักท้วงขึ้น แต่ครูก็ไม่ใส่ใจ บอกแต่ว่าให้นำรวบรวมมาส่งหลังเลิกเรียนวันนี้เท่านั้น
แม้แต่วิชาอื่นที่ครูท่านนี้สอนด้วย ก็ไม่มีท่าทีว่าเขาจะสนใจเนื้อหาในตำราเลย นอกจาก
ให้เขียนเรียงความ ก็ให้วาดรูป หรือพาออกไปนอกห้องเรียน เจอเรื่องอะไรก็หยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็น
ให้ขบคิดกัน ไม่ก็เล่าเรื่องต่างๆ ในชีวิตที่เคยพบเจอมาในมุมมองของตัวเอง ที่ไม่เหมือนกับใครๆ คอย
สอนและแนะนำในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ให้ แต่เพื่อนๆ หลายคนไม่เห็นด้วยกับวิธีสอนของครู แต่ก็ทำ
อะไรไม่ได้ น่าแปลกมากเพราะในประวัติครูท่านนี้ผลการเรียนก็ดี จบมาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังแท้ๆ
ฉันเองก็เก็บความสงสัยนี้ไม่ไหว ในวันหนึ่งที่นั่งทำแบบฝึกหัดอยู่คนเดียวในห้องหลังเลิกเรียนและเห็นครูเหมือนนั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย และด้วยความเป็นห่วงอนาคตของทั้งตัวเองและเพื่อนๆ จึงถามขึ้นว่า
"คุณครูค่ะ...ทำไมครูถึงไม่สอนในหนังสือเหมือนครูท่านอื่นล่ะค่ะ"
"แล้วเพราะอะไรเธอถึงอยากเรียนในหนังสือล่ะ?" ฉันคิดทบทวนถึงที่พ่อแม่ตั้งความหวังกับฉันไว้ว่า อยากให้สอบเข้าโรงเรียนที่มีชื่อเสียงให้ได้
"หนูอยากสอบติดโรงเรียนดีๆ แล้วก็เรียนเก่งๆ เหมือนครูไงค่ะ"
"เธอเข้าใจอะไรผิดไปแล้วล่ะ ตำราไม่ได้ให้ทุกสิ่งทุกอย่างอย่างที่ต้องการหรอกนะ เพราะครูเคยทำแบบที่เธอคิดแล้วแต่มันก็ไม่ได้อย่างที่ตั้งใจ เอาไปใช้ในชีวิตจริงก็ไม่ได้ ครูไม่เห็นด้วยกับการศึกษาสมัยนี้เอาซะเลย อีกอย่างนะวิชาความรู้หน่ะ เธอจะหาจากที่ไหนก็ได้ เพราะฉะนั้นครูอยากจะสอนให้เธอใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า และสามารถเอาไปใช้ในชีวิตจริงได้ แบบที่ครูคนอื่นๆ ให้เธอไม่ได้จะดีกว่าไหม"
"มันเอาไปใช้ได้จริงๆ เหรอค่ะ?" ฉันถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก
"ใช้ได้สิ...ถ้าเธอมีความเชื่อมั่น แล้วก่อนอื่นเลิกเครียดเลิกจริงจังกับชีวิตซะทีเถอะ ทำตัวให้เหมือนเด็กหน่อยสิ"
และนั้นฉันได้เปิดใจพูดคุยเรื่องราวมากมาย แบบที่ไม่เคยคุยกับใครมาก่อน เหมือนได้
ระบายความอัดอั้นตันใจ พูดถึงเรื่องที่หาทางออกไม่ได้กับครู ครูก็สอนให้มองในด้านอื่นๆ สอนให้
คิดพลิกแพลง ให้แง่มุมใหม่ๆ กับฉันที่เคยเอาแต่คิดอะไรเหมือนคนอื่นๆ แม้ภายนอกจะดูแปลก
หรือน่ากลัว แต่จริงๆ แล้วคุณครูเป็นคนที่ใจดี และมองโลกในแง่ดี ทำเอาฉันประทับใจมาก และ
หลังจากนั้นก็สนิทกับครูมากอยู่คนเดียว เพราะไม่มีใครเข้าหาครูคนนี้เหมือนฉันเลย ฉันสามารถใช้
ชีวิตในช่วงเวลานั้น ได้อย่างมีความสุข แม้จะถูกพ่อแม่ต่อว่าเรื่องที่ไม่ขยันอ่านหนังสือ แต่เพราะ
มีครูที่เข้าใจฉัน คอยให้คำแนะนำ ฉันถึงผ่านมาได้
แรกๆ เพื่อนก็ชอบพอกับการสอนแบบนี้เช่นกัน แต่พอล่วงเลยมาเป็นเวลานานแล้ว ก็ยัง
ไม่เห็นวี่แวว ที่ครูจะเปลี่ยนวิธีการสอนเลย ครูคนอื่นๆ ไม่ได้ใส่ใจ จึงเริ่มคิดจะต่อต้านกันขึ้นมา
มีเพื่อนคนหนึ่งพูดขึ้นว่า
"ฉันทนไม่ไหวแล้วให้แต่วาดรูป เขียนเรียงความ แล้วก็พูดแต่เรื่องไร้สาระแบบนี้น่ะ" เพื่อนอีกคนจึงเสริม
"จริงด้วยแรกๆ ก็สนุกอยู่หรอกนะ แต่ไม่คิดจะสอนอะไรเลยรึไงกัน"
"ใช่...เปลืองค่าเทอมชะมัด" ฉันไม่พอใจในคำพูดของเพื่อนๆ จึงแย้งขึ้น
"แต่ฉันว่าเรียนแบบนี้ก็ดีออก"
"ใช่สิ...เธอมันศิษย์คนโปรดของเขานี่ เขาทำอะไรก็ดีไปหมด" เพื่อนที่พูดคนแรกถากถางฉันกลับ
"เนี่ยะนะดี ถ้าฉันสอบเข้าไม่ได้สักโรงเรียนใครจะรับผิดชอบ"
"พวกเราจะ Boycote เขา ถ้าเธอไม่เห็นด้วยกับพวกเรา พวกเราก็จะ Boycote เธอไปด้วย" แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะแก้ต่างให้ครู ครูก็เข้ามาในห้องเสียก่อน
"อา...โทษทีนะ มอเตอร์ไซค์เสียเลยมาสายไปหน่อย เอาล่ะวันนี้มาวาดรูปกันเถอะ วาดสิ่งที่ตัวเองชอบอะไรก็ได้ อืม...งั้นดีล่ะ...วาดรูปครูสิ" ครูนั่งพิงโต๊ะเพื่อเป็นแบบให้วาด
สิ้นสุดความอดทนของคนที่คิดจะต่อต้านการสอนของครู เธอจึงโพล่งออกมาตรงๆว่า
"หนูไม่ชอบครูค่ะ หนูคงวาดคนที่ชอบไม่ได้ ขอโทษค่ะหนูขอออกไปวาดของที่ชอบข้างนอกได้ไหม?"
ครูตอบตกลงเหมือนผิดหวังเล็กๆ
"งั้นเหรอ? เอาสิตามใจ" เพื่อนๆ ในห้องจึงพากันกรูออกจากห้องไป แต่ฉันยังคงนั่งอยู่ ครูจึงเดินเข้ามาถามขึ้นเหมือนหวังลึกๆ ว่าฉันจะยังเป็นพวกเดียวกับเขา
"เธอไม่ไปกับพวกเขาเหรอ?" แต่ด้วยสายตาหลายคู่ที่กดดันฉันอยู่ และถ้าฉันไม่ทำตามก็คงอยู่ร่วมกัน
ไม่ได้ จึงทำให้ฉันจำต้องพูดออกไปว่า
"ขอหนูไปกับพวกเขาได้ไหมค่ะ?" ครูหนุ่มถอนหายใจสั้นๆ ก่อนบอก
"ได้สิ...มันเป็นสิทธิ์ของเธอ ไปซะเถอะ" ฉันจึงเก็บข้าวของ ก่อนจะออกไปหาเพื่อนที่รออยู่ แล้วเดินจากห้องเรียนไปด้วยใจหดหู่ยิ่ง ทั้งๆ ที่ฉันอยากจะอยู่ในห้องมากกว่าตามเพื่อนๆ ไป
การต่อต้านรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งผู้ปกครองของนักเรียนในห้องเอง ก็มาปรึกษากันว่า
ควรจะประท้วงกัน เพราะต้องการครูที่สอนเด็กอย่างจริงจัง เพื่อที่เด็กจะได้สอบเข้าโรงเรียนดีๆ กันได้
แล้ววันนั้นก็มาถึงแม้จะถึงชม.เรียนแล้ว แต่ทุกคนก็พร้อมใจกันไม่ยอมเข้าห้องเรียน ฉันแอบ
เห็นครูยืนมองโต๊นักเรียนที่ว่างเปล่า ไม่มีใครสักคน แม้แต่ฉันที่ไม่มีโอกาสได้คัดค้านอะไรกับ
เสียงข้างมาก ในขณะนั้นฉันอยากเข้าไปให้กำลังใจครูเหลือเกิน ฉันรู้สึกผิด และคิดว่าตัวเองเห็นแก่ตัว
เหลือเกิน ทั้งๆ ที่ครูคอยให้กำลังใจฉันเสมอมาแท้ๆ แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ไม่ใช่สิ...ถ้าจะพูดให้ถูกจริงๆ
ก็คือ ฉันสามารถทำได้ แต่ไม่ยอมทำต่างหาก
ด้วยความร่วมมือร่วมใจ การประท้วงของนักเรียนจึงเป็นผลสำเร็จ คุณครูใหญ่เข้ามาใน
ห้องเรียนของฉัน และแจ้งให้ทราบว่าคุณครูแจ้งจำนงขอลาออกแล้ว ทุกๆ คนในห้องต่างพากันดีใจ
และตื่นเต้นที่จะได้เรียนกับครูคนอื่น ที่จะสามารถให้ความรู้ที่พอใจกับตนได้ แต่ฉันกลับตกใจที่ได้ยิน
เสียงมอเตอร์ไซค์มาจอดที่ข้างตึกเรียน ตอนนี้ไม่ว่าใครจะพูดอะไรฉันก็ไม่ได้ยินแล้ว ได้แต่คิดว่าจะ
ทำยังไงดี เวลาผ่านไปสักพักฉันลุกพรวดยืนขึ้น ก่อนจะวิ่งออกจากห้องไปโดยไม่ฟังเสียงใครทัดทานทั้งนั้น
ฉันวิ่งไปยังมอเตอร์ไซค์ และเห็นครูกำลังเก็บข้าวของไว้ที่มอเตอร์ไซค์อยู่ ครูยังคงยิ้มให้
อย่างอ่อนโยน ในขณะที่ฉันพยายามกลั้นน้ำตาที่กำลังจะเอ่อล้น ก่อนเอ่ยออกมาว่า
"ครูจะไปแล้วเหรอค่ะ?"
"ใช่...ถึงได้มาเก็บของไงล่ะ ใบลาออกก็ยื่นไปแล้ว" ครูบอกฉันพร้อมกับเก็บของไปด้วย
"จะไปจริงๆ เหรอค่ะ ครูยอมแพ้แล้วเหรอ?" ฉันมองครูที่กำลังมองแฟ้มที่ถืออยู่ ซึ่งรวบรวมบทเรียงความของนักเรียนด้วยสายตาที่อาลัยอาวรณ์
"ทำไงได้ล่ะ...ก็เพื่อนๆ ของเธอไม่ต้องการครูแล้วหนิ"
"แต่หนู...ไม่อยากให้ครูไป หนูยังอยากให้ครูสอนอะไรอีกตั้งหลายเรื่อง" น้ำตาของฉันไหลนองทั้งสองแก้ม ไม่อาจจะต้านทานมันได้อีกแล้ว
"แต่อย่างน้อยก็มีเรื่องนึงที่ครูสอนเธอไม่ได้ อย่างเช่นทำให้คนอื่นพอใจในตัวเราแบบครูนี่ไง เพราะครู
ก็เป็นของครูแบบนี้แหละ ครูไม่ได้ยอมแพ้หรอกนะ แต่ไม่มีประโยชน์ที่จะสู้ต่อไปต่างหาก ครูจะไปสู้ที่อื่น
ต่อไปแทน จะต้องเป็นครูที่ยิ่งใหญ่ให้ได้เลย" คุณครูหนุ่มก้าวขาข้ามขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ และหันมา
บอกพร้อมกับสตาร์ดมอเตอร์ไซค์
"ครูไปล่ะ ส่งครูแค่นี้ก็พอแล้ว กลับไปเรียนเถอะ... ครูดีใจมากเลยนะ ที่เคยได้สอนเธอน่ะ"ครูบอกแล้วก็ออกรถไป ฉันวิ่งตามรถมอเตอร์ไซค์ไปเพื่อที่จะบอกบางอย่าง แต่ก็มัวแต่สะอื้นจนพูดไม่ออก
"ได้ครูใหม่แล้วตั้งใจเรียนให้สมใจล่ะ ลาก่อน" ครูตะโกนบอก และโบกมือไล่หลังมาให้
แต่ฉันก็เหนื่อยเกินกว่าไล่ตามทันแล้ว ได้แต่ยืนร้องไห้อยู่อย่างนั้น
----------------------------
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วนะ แต่ฉันก็ลืมครูไม่ลงเลยคอยคิดถึงอยู่เสมอๆ ไม่เหมือน
เพื่อนคนอื่นที่เมื่อมาเจอกันในงานเลี้ยงรุ่น ไม่ว่าคุยกันกี่เรื่องก็ไม่มีเรื่องของคุณครูคนนี้เป็นหัวข้อ
สนทนาเลย
ล่าสุดฉันเห็นจากข่าวในหนังสือพิมพ์ และสื่อโทรทัศน์ จึงรู้ว่าครูไปเป็นครูสอนหนังสือให้กับนักเรียนที่ภาคใต้ แล้วโดนผู้ก่อการร้ายยิงได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้กำลังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ฉันจึงกำลังจะไปเยี่ยม คราวนี้ฉันจะได้ให้กำลังครูอย่างที่ไม่ต้องแคร์สายตาของใครแล้ว รู้สึกดีใจที่จะได้พบครูอีกครั้ง เพราะจะได้บอกคำที่ไม่ได้พูดในวันนั้น จะไม่ยอมให้อะไรมาขัดขวางอีกแล้ว ว่าประโยคที่อยากพูดในตอนนั้นก็คือ......
"หนูรักครูค่ะ"
edit @ 2007/06/19 21:01:46






ซรึ้งค่ะ
#1 By Kite (158.108.210.110) on 2007-06-20 18:16