เมื่อ Nox เปื่อย


ป่วยคราวนี้หมดยาไปหลายขนานมาก แล้วเราก็เป็นพวกดื้อยาอีก ดื้อ...ในที่นี้หมายถึงดื้อไม่อยากกินนะ คือก็เป็นคนกินยาเม็ดเหมือนกินขนมได้อยู่ แต่เพราะปกติก็ต้องกินยาของโรคประจำตัวอยู่แล้ว ดังนั้นยาที่นอกเหนือจากนั้น ถ้าไม่จำเป็นก็แทบไม่ยอมกินเลย แล้วน้องสาวคนดีเขามีอนาคตอยากเป็นเภสัชกรมาก เลยค่อยจัดยาให้ตลอดการป่วยในครั้งนี้ เราก็จะดื้อบ่นตลอดว่า


"กินอีกแหละ....??"

"ตัวนี้ต้องกินด้วยเหรอ...ไม่ต้องกินก็ได้ม้าง"

"เพิ่งจะกินไปเมื่อกี๊เองนะ ยังไม่ถึงเวลาเลย"

"มีแต่ยาเต็มกระเพาะไปหมดแล้วเนี่ยะ..."

"แทบจะกินยาแทนข้าวแล้วนะ..."

"เบื่อโว้ย !!!! "


ประมาณนี้แหละ...ใครมาเป็นพยาบาลให้เราคงปวดหัวแย่ โดนหาว่าเลี้ยงไข้ไว้อีกเพราะไม่ยอมหายสักที แต่ก็ถูกบังคับกินจนหมด แม้จะได้ผลมั่งไม่ได้ผลมั่งก็ตาม ส่วนเมื่อก่อนรักษาโดยวารีบำบัด (แด๊กแต่น้ำตลอด) กินน้ำเป็นโอ่ง

นอนฟัง BAS 009 คลอตามพลางคิดว่า "ทำไมเพลงป่ะป๊าหม่าม๊ามันซึ้งจังว่ะ?"

 

และอาการป่วยยังทรงๆ ทรุดๆว่า เลยแล้วว่าฉันต้องป่วยไม่ธรรมดา เพราะมีลางสังหรณ์เมื่อคืนนี้ ถ้าเป็นหวัดธรรมดาสัปดาห์เดียวก็น่าจะหายแล้ว น้องกวนติงบอกว่า

"เป็นไข้หวัดนกรึเปล่า?"

"บ้าเร๊อะ...ไอ้นกนี่แหละที่เป็นไข้หวัด" เล่นมุขอีก...

แต่จะว่าหวัดก็ไม่ใช่ น้ำมูกไม่มีแล้วเหลือแต่อาการไอกับอึดอัดเวลาหายใจ เหมือนคนเป็นโรคหืดหอบ... เวลาไอทีแทบตาย

 

เลยเพิ่งไปหาหมอมาเขาบอกมาว่า........

"หลอดลมอักเสบนะครับ....ต้องใช้เวลารักษานานหน่อย" 

เราต้องยอมลาออกจากงานไปเลย เพราะเกรงใจเพื่อนร่วมงานคนอื่นเขา เนื่องจากไม่รู้จะหายป่วยเมื่อไหร่? (โรคประจำตัว+โรคนี้ = ทำให้อาการหนักกว่าชาวบ้านเขา) ให้เขารอมันไม่ดี ส่วนหลังป่วยกะว่าจะรับอะไรมาขายแทนการไปทำงานเป็นลูกจ้างน่ะ ดีตรงที่เราจะได้มีเวลาอัพบลอคมากขึ้น ฮิฮิ ^___^ <--- เป็นการลาออกจากงานที่แฮปปี้จังนะ...)

 

 

เลยมาอัพเท่าที่ได้ก่อนนะ....เซอร์ไพรส์ยกยอดไปงวดหน้าล่ะกัน เพราะมันอลังการโปรเจคมาก งวดนี้ลงข่าวใหม่ๆ กับฟิคไปแทนก่อน

 

.

.

 

Fuji Syusuke & Tezuka Kunimitsu - Koko de Bokura wa Deatte shimatta 


ขอแปะโหลดเพลงอีกสักทีเผื่อคนที่เพิ่งเคยเข้ามาเห็น เนื่องจากบลอคนี้มีนโยบายบ้าเทะฟูอยู่ จึงต้องแจกให้ทั่วถึงครับ จะได้มาเป็นลัทธิคลั่งเทะฟูด้วยกันให้หมด จะหายป่วยเพราะฟังเพลงนี้แหละ...

 

Photobucket


ปกนี้... กรี้ด !!!!! Love Zone

เหมือนของแจกที่ระลึกงานแต่งฮ่ะ....

สาวกเทะฟูโหลดไปฟังกันซะดีๆ....

 

>>Download Fuji & Tezuka Single<<

 

เนื่องจากเครซี่มาก ขอสปอยล์สักหน่อย

 

-- List Song --
01. Koko de Bokura wa Deatte shimatta
02. Ryusen no michiyuki
03. Koko de Bokura wa Deatte shimatta (Fuji Karaoke)
04. Koko de Bokura wa Deatte shimatta (KT Karaoke)
05. Koko de Bokura wa Deatte shimatta (Original Karaoke)
06. Hitomi o tojite, kokoro no mama, boku wa kimi o omou (200 title memorial version)

 

แถมคลิปอีก..... เผื่ออยากดื่มด่ำเทะฟูกัน

 

เพลงที่ 1
เป็นเพลงที่เทะสึกะและฟูจิร้องคู่กันจริงๆ ไม่เหมือน Kaze no Tabibito (K&S version) และไม่ได้ร้องในนาม Aozu ด้วย เสียงฟูจัง (คุณไคดะ) ก็หวานมาก เสียงเทะ (คุณโอคิอายุ) ก็ยังหล่อเหมือนเดิม ฟังอยู่วันละ 28 รอบ เพื่อหัดร้องอยู่

เพลงที่ 2
เพลงโซโล่เดียวของฟูจิ ไม่แบ่งพี่เทะร้องเลยง้า....

เพลงที่ 3
Koko de Bokura wa Deatte shimatta ที่เว้นคาราโอเกะท่อนเทะไว้ ให้เราให้มีโอกาสร้องเพลงคู่กับฟูจิ

เพลงที่ 4
Koko de Bokura wa Deatte shimatta ที่เว้นคาราโอเกะท่อนฟูจิไว้ ให้เราให้มีโอกาสร้องเพลงคู่กับเทะ

(สรุปเล่นง่ายมันทั้ง 2 เพลง)

เพลงที่ 5
คาราโอเกะอย่างแรง...เชื่อแล้วว่าคาราโอเกะมีต้นกำเนิดมาจากญี่ปุ่น

เพลงที่ 6
เพลงหากินของคุณน้องฟู ยัดมันทุก Al & SG แต่เรากลับชอบเพลง 'Shutter Chance wa Ichido Dake!' มากกว่า (โอกาสดีๆ ครั้งเดียวในการกดชัตเตอร์ถ่ายรูป <--- กะลังถ่ายใครล่ะ? เทะล่ะสิ) เป็นเพลงโปรดสุดที่เราชอบของฟูจิโกะจัง [เพลงอื่นไม่ค่อยโปรดอ่ะดิ] จากอัลบั๊ม Eyes

 

ลองฟังดูได้ ขี้เกียจหาแบบเพลงเอาคลิปไปแทนเถอะนะ....


ก็ยังคงข้องใจไม่หายว่าทำไมมันต้องชื่อ ฟูเทะ ด้วย เหมือนเจตนาบอกอะไรบางอย่าง? ป๋าชั้นกลัวเมียใช่ไหม?

 

 

 

 

Jigoku Shoujo Live Action

หรือที่รู้จักกันในนามธิดาอเวจี

 

hell girl crew

มีเป็นภาคคนแสดงแล้ว....

 

ที่สำคัญ....

ท่านคาโต้ คาสึกิ เล่นด้วยเนี่ยสิ....กร๊าก

 

 อยากอ่านต่อไปที่....

 

เอนทรีถึงอเวจี Jigoku Shoujo ธิดาอเวจีภาค Live Action และโฮกกับ Oresama Raider...

http://depend-on-me.exteen.com/20080313/jigoku-shoujo-live-action-oresama-raider

 

Photobucket

 ภาพเรียกน้ำย่อย

 

จะมีครบทุกอย่างที่คุณต้องโฮก...กก

 

 

เพิ่งได้เพื่อนใหม่มาอีกคน เย้ ! เพิ่งได้คุยกันทางเอ็ม คือบางเวลาเปิดเอ็มมันก็จะมีชื่อให้กดตกลงอนุญาตคุยด้วย บางทีไม่รู้จัก ไม่คุ้นก็จะกดยกเลิกไปตลอด จนกระทั่งขี้เกียจแล้ว ยอมกดตกลงทุกชื่อเลยก็ได้ แล้วค่อยคัดเอาทีหลังก็แล้วกัน ไม่งั้นจะถูกกวนใจอยู่เรื่อยๆ แล้วก็มีคนนึงเข้ามาคุยกับเราทันทีหลังที่เรากดตกลง เราจึงได้รู้ว่าเขาคือแฟนบลอคเรานั่นเอง เลยทำให้เพิ่งรู้ตัวว่า ไอ้ที่กด Cancle ไป บางทีอาจจะเป็นแฟนบลอคเรานั่นเอง


ขออภัยด้วย...(-/l\-) หากบางคนแอดมาแล้วไม่ได้คุยกับเราสักทีน่ะ ผิดไปแล้วจริงๆ m(- -)m m(_ _)m คุยได้ค่ะ...ไม่ต้องกลัวกัดน่ะค้า ฉีดยาแล้วเรียบร้อย


ยินดีมากตรงที่บอกว่า 'บลอคนี้ทำให้ชอบบาบะ ริคไคมิว' ก็บาชอนน่ารักนี่หน่า... เราก็เลยแบ่งปันความน่ารักให้ ในที่สุดก็มีคนติดกับเราแล้วเย้ ! งวดนี้เลยเอารูปมาฝาก แต่แค่รูปเดียวพอนะ...

 

 โฮกรูป Baba ครั้งที่ 3 - <สามครั้งแล้วล่ะ...ชั้นจำได้>

โฮกครั้งนี้รูปเดียวเกินพอ (อ่า...3 in 1 น่ะ) แคปช็อตเด็ดมาจากเรื่อง Mousou Shoujo Otaku Kei ที่เราเป็นนางเอกเอง เอ้ย ! ไม่ใช่ (มั่วนิ่มสวมรอยเฉย) แต่ถ้าเป็นนางเอกจะคู่กับมาเซย์นะ...ต้องคนผมยาวดิได้คู่กับบาชอนอ่ะ...วายร้ายตัวที่สอง
 

ทีแรกกะว่าจะให้ดูรูปนี้ด้วยการซ่อนลิ้งค์เอาไว้ แต่ถ้าซ่อนไปมันจะสะใจอะไร โชว์เลยดีกว่า....
ท่ามท้าม....

 

 ทำไมรูปมันไม่ชัดว่ะ....


       Photobucket

                         

   (บลอคตรูจะถูกปิดเอาก็คราวนี้แหละ...แต่เพื่อบาชอน....เราจะเสี่ยง) 

 

    โคล่กๆ  ไอหนักกว่าเดิมอีก จะตายแล้ว....

 

คอร์ทนี้หัวใจผมจอง (Devil in my heart )
By Nox

 


Nox : หวานเทะฟูอีกแล้ว....ส่วนยูตะก็ลงตอนได้ใกล้เคียงช่วงเวลาป่วยของเราเลย

 

.
.
.
.
.
.


<><><><> <><><><>
 Devil episode 9
<><><><> <><><><>


ณ บ้านฟูจิ 8 โมงเช้าวันเสาร์

 ชูสึเกะเห็นน้องชายที่กำลังหยิบเอารองเท้าจากตู้มาใส่ บริเวณหน้าประตูบ้านจึงทัก

"อ้าว~ ยูตะจะไปไหนล่ะเนี่ยะ? ไม่กินข้าวเช้าก่อนเหรอ?"

"มีนัดกับเพื่อนน่ะฮะ ว่าจะไปซ้อมด้วยกันสักหน่อย"


~ ขอโทษนะครับพี่ที่ผมต้องโกหกไป.... ~


"เอ...นัดกันแต่เช้าแบบเนี่ยะ สงสัยจะมากกว่าเพื่อนล่ะม้าง?" ยูตะตกใจสะดุ้งนิดๆ พี่เขาไปรู้อะไรมาหรือเปล่านะ? ก็วันนี้เขามีนัดกับคุณมิสึกินี่นา ทางนั้นก็ย้ำนักย้ำหนาว่าห้ามมาสายไม่งั้นจะถูกลงโทษโดยการพาเข้าโรงแรมแทนการไปซ้อม

"บอกว่าเพื่อนก็เพื่อนสิฮะ..." เมื่อเห็นยูตะร้อนตัว ผู้เป็นพี่ก็ยิ่งแหย่

"งั้น..พี่ขอตามไปส่งได้ไหม? อยากเห็นหน้าเพื่อนคนนั้นของนายน่ะ" ถ้ารู้ว่าเป็นคู่แข่งคนล่าสุดของพี่เองเรื่องคงไม่จบง่ายๆ แน่

"ไม่ต้อง ! ถ้าพี่ตามมาล่ะก็ผมโกรธจริงๆ ด้วย"


 ยูตะพูดอย่างหัวเสีย แล้วกระแทกประตูใส่เสียงดัง ก่อนจะรีบวิ่งหนีไปอย่างกลัวว่าเขาจะตามไปทัน ชูสึเกะอึ้งนิดๆ ก่อนที่จะหลุดหัวเราะออกมา เทะสึกะที่เพิ่งล้างหน้าแปรงฟันเสร็จก็ตามไปดูที่มาของเสียง เมื่อเห็นคนรักกำลังขบขันอย่างอารมณ์ดี เขาก็พอจะเข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ แต่ก็ยังมีข้อสงสัยจนต้องเอ่ยถามขึ้นมา


"ฟูจิ...ทำไมนายถึงชอบแกล้งน้องนักนะ?" คนที่มานอนค้างด้วยเมื่อคืนถามเจ้าของบ้าน

"ก็ครั้งแรกที่ได้เห็นยูตะทำท่าเขินๆ อายๆ เพราะถูกฉันแกล้ง เขาน่ารักมากๆ เลยรู้ม้า? ตั้งแต่นั้นมาก็อดใจไม่ไหว ต้องแกล้งมาโดยตลอดอย่างที่เห็นนี่แหละ จะเลิกก็เลิกไม่ได้ ก้อ...มันสนุกเกินห้ามใจนี่หน่า"

"เรอะ..." หนุ่มแว่นแอบเหงื่อตกเล็กน้อย กับท่าทางแสนสุขของคนรัก


~ นี่คงจะเป็นนิสัยที่แท้จริงของฟูจิแน่ๆ ไอ้เรื่องขี้แกล้งนี่ต้องยกให้เลยจริงๆ ~


"แต่ก็เพราะรักนะ...ถึงได้ชอบแกล้งแบบนี้น่ะ" เทะสึกะยิ้มแล้วคิด ~ หมายความว่า ถ้าไม่รักก็ไม่แกล้งสินะ ~ ก่อนจะถามลองใจดูแบบเขินๆ

"งั้น...นายจะแกล้งฉันบ้างได้ไหมล่ะ?" ฟูจิเข้าไปหอมแก้มร่างสูงอย่างนึกหมั่นเขี้ยว แล้วก็หาเรื่องแซวแกล้งตามคำขอทันที

"อย่างนายต้องเอาให้หนักกว่าใครเพื่อนเลยล่ะ ก็เป็นว่าที่พี่เขยของยูตะนี่นะ..." แล้วหนุ่มน้อยขี้แกล้งก็เดินจากไปอย่างอารมณ์ดี x 2

"พะ...พูดอะไรน่ะ เดี๋ยวสิ...มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน"

 

 การได้แกล้งคนที่ตัวเองชอบสำหรับฟูจิแล้ว มันเป็นเรื่องที่ทำให้เขาสนุกและมีความสุขที่สุดจริงๆ แค่ได้มีคนที่รักหรือชอบอยู่ให้แกล้งใกล้ๆ ก็คงไม่ต้องการอะไรไปมากกว่านี้อีกแล้ว

 

<><><><> <><><><> <><><><>

 

 ตกค่ำหลังจากกินข้าวเย็นกันเสร็จแล้ว ยูตะก็มานั่งทำการบ้าน สะสางงาน ทั้งที่ใจจริงก็อยากล้มตัวลงนอนเพราะเหนื่อยล้าใจแทบขาด แต่ถ้าทำเช่นนั้นคุณมิสึกิก็ต้องเคี่ยวเข็ญให้เขาลุกมาทำอยู่ดี และดีไม่ดีก็อาจจะถูกลงโทษให้ทำอะไร หรือถูกทำอะไรแปลกๆ เอาก็ได้ แต่พอเขาตั้งใจทำการบ้านคุณมิสึกิก็จะไม่มารบกวนเลยแม้แต่น้อย หลังจากเก็บจานชามไปล้างจนเรียบร้อยแล้ว คุณมิสึกิก็มาเก็บกวาดทำความสะอาดห้องให้เขาอีก ส่วนตอนนี้ก็กำลังเสริมความงามอยู่เงียบๆ ตามประสาเกย์เจ้าสำอางค์


 ยูตะนึกสงสัยนักว่าภาระที่คุณมิสึกิต้องรับผิดชอบก็ถือว่าเยอะ และมากพอสมควรแล้ว ทั้งเป็นผู้จัดการทีมเทนนิส ผลการก็ยังจัดอยู่ในเกณฑ์ที่ดี มีงานหรืออะไรก็มักจะรับหน้าที่เป็นหัวหน้ากลุ่มอยู่บ่อยๆ อีกด้วย เพราะติดนิสัยชอบสั่ง เอาแต่ใจ และชอบเป็นผู้นำ


 แต่ถึงกระนั้น....คุณมิสึกิ ก็ยังมีเวลามาทำหน้าที่ของภรรยาได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องตามที่สัญญาเอาไว้ได้อีก ทั้งๆ ที่การเรียนของชั้นปี 3 ก็หนักหนามากพอดู ทำให้ยูตะอดทึ่งในความเก่งกาจ และการจัดสรรเวลาที่ดีของคุณมิสึกิไม่ได้จริงๆ


 ที่เขาสงสัยมากที่สุดคือ ทำไมคนที่ดูอ่อนปวกเปียกอย่างมิสึกิถึงเล่นเทนนิสแล้วเอาชนะเขาได้เสมอ (นอกคอร์ทก็ด้วยแหละ)


 ยูตะสะบัดหัวไล่ความคิดที่ฟุ้งซ่านออกไป และกลับมาสนใจการบ้านภาษาอังกฤษต่อ ตอนเรียนก็คิดว่าเข้าใจที่อาจารย์อธิบายอย่างแจ่มแจ้งแล้วแท้ๆ แต่พอมาทำแบบฝึกหัดเองกลับงงๆ ไม่เข้าใจเรื่องนั้นเรื่องนี้จนปวดหัวไปหมด เขาถนัดแต่พวกวิชาเลขเท่านั้นแหละ


"มีอะไรหรือเปล่า? ยูตะ..." มิสึกิเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างๆ และวางมือลงบนไหล่เขา

"เห็นถอนหายใจ แล้วก็เกาหัวอยู่หลายที เป็นห่วงเลยมาดูน่ะ"

"ก็เรื่องพวกนี้น่ะสิครับ"

"อ๋อ...Present simple tense น่ะเหรอ?"

"ประโยคคำถามน่ะ ถ้าใช้ Does แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเติม s หลังกิริยา ดูตัวอย่างจากข้อนี้นะ" มิสึกิชี้ให้ยูตะดูในหนังสือ

"ก็จำแค่ว่า Does มี s ให้แล้วก็ไม่ต้องเติม s  "

"ส่วนคำว่า already กับ yet ใช้ต่างกันตรงที่ already แปลว่าเสร็จแล้ว เวลาใช้จะอยู่หลัง have/has ส่วน yet แปลว่ายังไม่เสร็จให้ไว้อยู่ท้ายประโยค เข้าใจหรือยังล่ะ?"

"เข้าใจแล้วครับ..."


ยูตะเห็นมิสึกิทำทุกอย่างเพื่อเขา จึงเคยแกล้งลองขอให้ทำการบ้านให้อยู่ครั้งนึงเหมือนกัน ถึงมิสึกิจะรักเขามากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่ยอมทำให้โดยอ้างว่า ขนาดโดราเอมอนยังไม่ทำการบ้านให้โนบิตะเลย เพราะรักและหวังดี แต่ถ้าขอให้สอนหรืออธิบาย มิสึกิก็จะสอนอย่างละเอียดและใจเย็น ทำให้เขาเข้าใจได้ง่าย แม้จะถามกี่ครั้งก็ยังไม่รำคาญ และแสดงท่าทีเบื่อหน่ายให้เห็นแม้แต่น้อย (ต่างจากเวลาสอนเทนนิสอย่างมาก ที่จะเอาแต่เข้มงวดกวดขันอย่างเดียว)


"ฮาจิเมะซังนี่เก่งจังเลยนะครับ" ยูตะเอ่ยปากชมอีกฝ่ายขึ้นมา

"น่ะ...นี่...นี่ยูตะชมผมงั้นเหรอ?" มิสึกิทำหน้าดีใจแบบเด็กๆ ให้เห็น ดูท่าเขาจะดีใจเอามากๆ เลยทีเดียว แค่ชมนิดหน่อยจะดีใจอะไรมากมายกันนะ

"เพิ่งรู้นะฮะว่าคนเก่งคำนวณอย่างฮาจิเมะซังจะเก่งภาษาด้วย" มิสึกิหัวเราะในลำคอยูตะคุงไม่รู้อะไรซะแล้วนอกจากภาษาอังกฤษ ก็ยังมีภาษาญี่ปุ่น, ภาษาฝรั่งเศส , ภาษาสเปน ที่คนอย่างมิสึกิยังถนัดอยู่อีกนะ

"ฉันต้องไปเมืองนอกบ่อยๆ เลยพอได้ภาษาอยู่บ้าง"

"ทำยังไงถึงจะเก่งไปทุกอย่างเหมือนคุณล่ะฮะ?"

"ผมก็ทำทุกอย่างสุดความสามารถ มั่นใจว่าตัวเองทำได้ และทำให้สุดกำลัง" ดูๆ ไปมิสึกิก็เป็นคนที่น่าเอาเป็นแบบอย่างอยู่ไม่น้อย


แต่...ก็มีสิ่งที่ไม่น่าเอาเป็นแบบอย่างเหมือนกันเช่นการกระทำในตอนนี้ของเขา


"ค....คุณมิสึกิจะทำอะไรน่ะ?"

"ลืมเรียกฮาจิเมะอีกแล้ว"

"คะ..ครับ ฮาจิเมะซังจะทำอะไรผมน่ะ?"

"ก็ยูตะน่ารักนี่หน่า...."

"จับตรงนั้นผมก็แย่สิครับ...!!!"

"เอ้า...รีบๆ ทำให้เสร็จก่อนเถอะ ข้อนี่ตอบนี้ข้อนี่ตอบนี่ อ้ะ...แค่นี้ก็เสร็จแล้ว" ทันใดนั้นหนุ่มร่างเล็กก็ผลักยูตะลงกับที่นอนแล้วขึ้นคร่อม

"จะ...จะทำอะไรน่ะฮะ...อย่าครับ" ครั้งเดียวก็แย่เกินพอแล้ว อย่าให้มีครั้งสองครั้งสามอีกเลย

"ก็มันเรื่องบนเตียงมันก็เป็นเรื่องธรรมดาของสามี-ภรรยานี่หน่า"

"แต่ผมไม่ได้......" ยังไม่ทันพูดจบมิสึกิก็ใช้นิ้วปิดริมฝีปากอีกฝ่ายไว้

"อย่ามาห้ามกันเลยนะ ผมอุตส่าห์อดใจ ไม่ xxx จนกว่าจะแข่งเสร็จแล้วนะ อย่าให้รอไปมากกว่านี้เลย"

"ไม่นะฮะ...ผมไม่พร้อม !!"มือบางที่นิ่มเอามากๆ ทำให้อารมณ์ของเขากระเจิดกระเจิง นิ้วเรียวนวดเฟ้นจุดที่อ่อนไหวแรงขึ้นเรื่อยๆ

"อย่าห่วงไปเลย...ผมจะทำให้คุณพร้อมเอง ฮึๆๆๆ" และแล้วหนุ่มน้อยยูตะก็เสร็จนางมารมิสึกิอีกจนได้ และก็ยังเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำอยู่ ที่แย่ไปกว่านั้นคือคราวนี้เขาก็มีสติดี ไม่ได้เมาซะด้วย ทำให้รับรู้ถึงความเจ็บเวลาที่ถูกอีกฝ่ายกระทำได้เต็มๆ เลย

 

สักพักผ่านไป ------


"กลิ่นนี้มัน....." ยูตะทักขึ้นเมื่อได้กลิ่นที่คุ้นเคยไปทั่วร่างเล็ก ขณะที่เขากำลังนอนซุกตัวลงกับอกของอีกฝ่ายอยู่ด้วยความเหนื่อยอ่อน

"กลิ่นแบบเดียวกับแชมพูที่ยูตะซื้อให้ผมไง ผมคิดว่ายูตะคงจะชอบให้ผมใช้กลิ่นแบบนี้ เลยไปหาซื้อเป็นครีมอาบน้ำกับโลชั่นมาใช้ด้วยนะ"

"ยูตะจะได้หลงใหลผมไปทั้งตัวเลย ชอบไหมล่ะ?"

"ผมน่ะอุตส่าห์อาบน้ำมาเพื่อยูตะโดยเฉพาะเลยนะ..." เมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดอย่างนั้นแล้ว.............

ยูตะก็ลืมขัดขืนแม้อีกฝ่ายจะเริ่มกระทำกับเขาอีกครั้ง


<><><><> <><><><> <><><><>


 เมื่อเสร็จจากกิจกรรมที่ชมรมเรียบร้อยแล้ว มิสึกิก็มาทำหน้าที่ภรรยาที่ดีต่อ และหลังจากที่รอคอยมานาน การรอคอยของมิสึกิก็สิ้นสุดลง เมื่อได้ยินเสียงประตูห้องเปิด และปิดลง มิสึกิรีบตรวจความเรียบร้อยว่ามีอะไรขาดตกบกพร่องหรือไม่ อาหาร น้ำ ของหวาน ผ้าเช็ดตัว อุปกรณ์อาบน้ำ และรายละเอียดอื่นๆ แม้เพียงเล็กน้อย เขาก็ไม่คิดจะมองข้าม


แต่แล้วก็ต้องนึกเอะใจตามปกติ พอยูตะเปิดประตูเข้ามา เขาก็จะถอดรองเท้า วางกระเป๋าแร็กเก็ตและเดินเข้ามาทันทีเลยนี่นะ จะว่าไปก่อนที่มิสึกิจะเข้ามาในห้อง กระเป๋าแร็กเก็ตของยูตะก็วางพิงอยู่ข้างๆ ประตูนอกห้องอยู่แล้วนี่นะ ซึ่งเขาก็ยังสงสัยว่าเมื่อเย็นนี้ยูตะได้ไปซ้อมมาหรือเปล่าเลยด้วยซ้ำ


มิสึกิเลิกคิดหาคำตอบด้วยตัวเอง แล้วลุกขึ้นไปยังหน้าประตูห้องเพื่อหาคำตอบ
"ยูตะคุง...กลับมาแล้วเหรอ?" เขาส่งเสียงนำทางไปก่อน แล้วภาพที่เห็นตรงหน้าก็ทำให้มิสึกิต้องปวดร้าวใจ
ขึ้นมา ร่างของยูตะยังอยู่ในชุดซ้อมและพิงกำแพงอย่างโรยแรง เหมือนแค่จะยืนยังไม่ไหว ใบหน้าแดงก่ำ หายใจหอบเบาๆ อยู่ตลอด มิสึกิรีบเข้าไปประคองได้ทันก่อนที่คนตรงหน้าจะทรุดล้มลง


"ยูตะ!!" สัมผัสที่มิสึกิได้รับก็มีแต่ความร้อนที่แผ่มาจากร่างกายของยูตะ

"ตัวร้อนจัง...!?"

"ยะ...ยูตะ มีไข้นี่หน่า...." มิสึกิใช้หลังมืออังทั้งใบหน้า และลำคอคนในอ้อมแขนไม่ว่าจะที่ไหนก็มีแต่ความร้อนที่แทบจะทำให้มือของเขาแทบพองเลยทีเดียว เขายิ่งกังวลใจแทบทำอะไรไม่ถูก

"ไปนอน...ที่ห้องพยาบาล...มาแล้ว...นอนต่ออีกหน่อย...ก็หายเอง" ยูตะตอบแบบลมหายใจขาดเป็นช่วงๆ
ร่างกายของเขาหนักอึ้งไปหมด กว่าจะพาตัวเองกลับมาที่นี่ก็เกือบล้มไปหลายรอบ จะอยู่ที่ห้องพยาบาลต่อก็เกรงว่าจะรบกวนอาจารย์ที่ต้องเหนื่อยมาทั้งวันมากเกินไป

"งะ...งั้นก็รีบไปนอนก่อนเถอะ เดี๋ยวผมเช็ดตัวให้นะ" มิสึกิเอาแขนของยูตะพาดแล้วพาเดิน แต่ทั้งคู่ก็เซมาชนกระเป๋าแร็กล้มลง เพราะมิสึกิรูปร่างเล็กกว่ายูตะ จึงประคองคนป่วยไปอย่างทุลักเล ส่วนยูตะก็ยังพอรับรู้อยู่ รุ่นพี่คิซาราสึบอกว่าเขาจะเอากระเป๋าแร็ก และของมาไว้ที่หน้าห้องให้ จากนั้นเขาก็ไปนอนที่ห้องพยาบาล ถ้ามิสึกิถามถึงแล้วจะช่วยแก้ตัวให้เอง


ยูตะรู้สึกแย่มาตั้งแต่เช้าแล้ว ตอนที่ถูกมิสึกิปลุกเขาก็รู้สึกเพลีย อยากนอนพักต่อมากๆ แต่คิดว่าเป็นเพราะเขานอนไม่พอมากกว่าที่ทำให้รู้สึกเช่นนั้น และอาการก็แย่ขึ้น ซ้อมช่วงเช้าเขาเล่นได้แย่มาก ทั้งๆ ที่จับคู่ซ้อมกับรุ่นน้อง เขารู้สึกมึนหัว และไม่มีเรี่ยวแรงเลย แต่ก็ยังคิดว่าอาจเป็นเพราะง่วงอยู่ดี จึงไปนั่งเรียนต่อจนถึงพักกลางวันเขาก็ไม่ได้ไปวิ่ง รุ่นพี่คิซาราสึเลยแวะมาหา เขาจึงวานให้ช่วยไปขอยาจากอาจารย์มาให้ อาหารกลางวันก็ลงไปกินไม่ไหว แต่ก็ยังดีที่มีแซนด์วิชที่กินเหลือจากมื้อเช้าอยู่ รุ่นพี่คิซาราสึก็ยังเป็นห่วงว่าเขาจะไม่สบายอยู่เหมือนกัน อยากให้ไปนอนพักที่ห้องพยาบาลที่ห้องพยาบาลมากกว่า แต่เขาปฏเสธบอกแค่ว่าปวดหัวเฉยๆ เท่านั้น


ช่วงบ่ายเขาก็พะอืดพะอม คลื่นไส้ อยากอาเจียนอยู่ตลอด ก็ได้แต่ทนจนกว่าจะเลิกเรียน ยาทำให้อาการดีขึ้นนิดหน่อยเลยจะมาซ้อม แต่พอรุ่นพี่คิซาราสึมาถึงชมรมและรู้ว่าเขายังไม่หายดีจึงบังคับให้เขาไปพักที่ห้องพยาบาล และเขาก็อยู่ที่นั่นจนถึงสองทุ่ม แม้แต่อาจารย์ก็ยังฟุบหลับกับโต๊ะทำงาน จึงกลับมาที่ห้องเพื่อให้อาจารย์ได้กลับไปพัก


มิสึกิกลับมาพร้อมกับน้ำเย็นใส่น้ำแข็ง และผ้าสะอาดสองผืน ผืนหนึ่งเอาไว้วางลดความร้อนจากหน้าของยูตะ อีกผืนไว้ใช้เช็ดตัวทำความสะอาดและลดไข้ ระหว่างเช็ดตัวให้ยูตะ มิสึกิก็คิดทบทวนไปต่างๆ นานา ว่าเกิดอะไรขึ้น ปกติยูตะก็เป็นเด็กผู้ชายร่างกายสมบูรณ์แข็ง เป็นนักกีฬาคนนึง ไม่น่าจะเจ็บไข้ได้ป่วยง่ายๆ แบบนี่นะ หรือเพราะตารางฝึกซ้อมที่หนักและเข้มงวดเกินไป และที่ผ่านมายูตะก็ดูเหมือนพักผ่อนไม่พอติดกันมาหลายวัน ยิ่งเมื่อคืนที่ผ่านมามิสึกิก็ฝืนมีอะไรกับเขาที่ไม่พร้อมถึงสองครั้งอีกด้วย ยังไงยูตะก็ยังเด็กอยู่ แต่เขาก็ยังจะเร่งรัดยูตะมากเกินไปอีก มิสึกินึกเกลียด และโกรธตัวเองที่สุด เป็นเพราะเขายูตะถึงต้องเป็นแบบนี้


มิสึกิสำรวจร่างกายคนป่วย ยูตะผ่ายผอมลงกว่าคราวแรกที่เขากอดอย่างรู้สึกสงสารจับใจ ตอนนี้จะให้ทำอะไรก็ได้ เพื่อแลกกับอาการเจ็บป่วยของยูตะ เขายอมทุกอย่างจริงๆ มิสึกิล้วงเอาสร้อมไม้กางเขนใต้เสื้อออกมาไว้ในมือของยูตะ และกุมมือนั้นไว้พร้อมตั้งจิตระลึก และอธิษฐานถึงพระผู้เป็นเจ้าไปด้วย


"ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นเจ้า ทรงคุ้มครองยูตะ......คุ้มครองยูตะด้วย อาเมน" มิสึกิเอ่ยเพียงเบาๆ เพื่อกลั้นเสียงสะอื้น และไม่รบกวนยูตะมากไปกว่านี้ เพราะเขาตั้งระเบียบตึงเกินไป อะไรที่มากไปมักจจะเป็นผลเสีย ซึ่งเขาไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนี้เลย


"ยูตะ....ผมจะไม่ฝืนบังคับคุณมากเกินไปอีกแล้ว ยกโทษให้ผมด้วยเถอะนะ...."


มิสึกิฝังใบหน้าลงกับหลังมือที่ร้อนรุมอย่างเจ็บปวดใจกับความผิดของตน ตอนนี้เขาก็ได้แต่คอยเช็ดตัวระบายความร้อนจากร่างกายของยูตะให้พิษไข้ได้บรรเทาลงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนที่จะเปลี่ยนให้อีกฝ่ายมาใส่ชุดนอนบางเบาสบายตัว เพื่อจะได้เช็ดตัวได้สะดวกซึ่งเขาก็ทำเป็นระยะๆ เมื่อร่างกายของยูตะร้อนขึ้นเขาก็จะเช็ดให้เย็นลง จนยูตะเริ่มหลับสนิทเหมือนเป็นปกติ เขาก็รู้สึกดีขึ้นเหมือนกัน ทั้งอยากดูแลไม่ให้ห่างสายตา แต่ก็ต้องสู้กับความทรมานใจที่ต้องเห็นภาพที่คนรักต้องเจ็บป่วยอยู่แบบนี้ โดยที่ตัวเองไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย และยังไงเขาก็จะผ่านมันไปพร้อมๆ กับยูตะให้ได้


.
.
.


มิสึกิรู้สึกตัวอีกที่ตอนที่ยูตะมาเขย่าไหล่เขาที่เผลอนั่งงีบหลับอยู่ข้างเตียง
"ฮาจิเมะซัง...ถ้าง่วงก็กลับไปนอนที่ห้องเถอะนะครับ ผมดีขึ้นเยอะแล้วล่ะ คงเพราะคุณคอยเช็ดตัวให้ผมตลอดเลยสินะครับ ขอบคุณนะครับ" มิสึกิรีบลุกพรวดเข้าหายูตะโดยไม่สนใจความเจ็บที่ขา ซึ่งเกิดจากการนั่งที่พื้นของตนเลย ยูตะเองก็ตกใจกับการจู่โจมไม่ทันตั้งตัวของอีกฝ่ายเหมือนกัน

มิสึกิรีบเช็คว่าไข้ของยูตะลดลงบ้างหรือยัง ซึ่งก็เป็นสัญญาณที่ดีร่างกายที่ร้อนจัดเมื่อหลายชั่วโมงก่อน
เหลือแค่รุมๆ เท่านั้น มิสึกิก้มหน้าลงประสานมืออีกครั้งอย่างดีใจ ขอบคุณพระเจ้าที่ฟังคำร้องขอจากคนอย่างเขา ที่ไม่ใช่คนดีและทำให้พระองค์ผิดหวังอยู่เสมอคนนี้


ยูตะสังเกตได้ถึงสีหน้าที่เป็นกังวลของมิสึกิ อีกฝ่ายคงเป็นห่วงเขามากจริงๆ แววตาที่ห่วงใยนั้น ไร้ความเสแสร้งอย่างเห้นได้ชัด ทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งขึ้นมา

"ยูตะ...! ลุกขึ้นมาทำไม? ต้องการอะไรหรือเปล่า? จริงสินะ...ยา ต้องกินยาทุก ๆ สี่ชั่วโมงนี่ งั้นเดี๋ยวผมไปเอามาให้นะ..." คนป่วยรีบคว้าข้อมือคนที่คอยเฝ้าพยาบาลเขาเอาไว้

"ฮาจิเมะ..." มิสึกิดุตัวเองที่แอบดีใจ ก็ขนาดป่วยยูตะยังยอมเรียกชื่อของเขาตามที่เคยขอเอาไว้ ทั้งยังดึงให้เขานั่งลงบนเตียงด้วยกันอีก

"ใจเย็นๆ นะ ผมแค่ลุกมาเข้าห้องน้ำเท่านั้น คุณนั่นแหละที่น่าเป็นห่วง...เห็นกับข้าวยังอยู่เต็มโต๊ะเลย ยังไม่ทานข้าวเพราะรอผมใช่ไหม? งั้นก็ไปกินข้าวกันเถอะนะ... "


 โถ~ ยูตะทำไมถึงได้น่ารักอย่างนี้นะ ป่วยหนักขนาดนี้ยังมีกะใจมาเป็นห่วงเป็นใยคนปกติอย่างเขาอยู่อีก ได้ยินแล้วหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง ส่วนยูตะเองก็คิดเหมือนกันว่า ไม่น่าเชื่อที่คนอย่างมิสึกิ จะจริงจังตั้งใจดูแลเขามากมายขนาดนี้ แต่ก่อนเวลาป่วยก็มีแม่กับพี่ๆ ช่วยกันดูแล มันก็รู้สึกดีนะ... แต่เพราะเป็นคนในครอบครัวก็ต้องดูแลห่วงใยกันเป็นธรรมดา แต่กับมิสึกิก็ไม่เป็นอะไรกับเขาสักหน่อย ไม่ใช่ธุระอะไรที่จะต้องมาดูแลกันถึงขนาดนี้เลย แต่เขาก็ทำ ถ้าไม่ใช่เพราะคำว่า "รัก" อย่างที่มิสึกิเคยบอก แล้วจะเป็นอะไรอย่างอื่นได้อีกงั้นหรือ?


"ทานอีกสักหน่อยสิครับ เพิ่งทานได้แค่คำสองคำเอง เดี๋ยวก็ต้องทานยาอีกนะครับ" มิสึกิบอกคนไข้ตรงหน้า ที่เอาแต่เขี่ยข้าวเล่นไปมาไม่ยอมกินไปมากกว่านั้น

"หรืออาหารไม่อร่อย บอกได้นะ ผมจะได้ทำให้ใหม่" ยูตะรีบห้ามทันควัน

"อย่านะครับ...ฮาจิเมะ ตอนนี้ตี 2 กว่าๆ ทุกคนเขาหลับกันหมดแล้ว ทำอะไรเสียงดังมันจะไม่ดี และผมก็รบกวนคุณมาเยอะแล้วด้วย ผมแค่ทานต่อไปไม่ลงน่ะครับ"

"แต่...คุณน่าจะทานให้มากกว่านี้หน่อย"

"ครับ ผมจะพยายามกินก็แล้วกันนะครับ จะได้ไม่เสียของ"


 ยูตะเองก็คงแคร์ความรูสึกของเขาอยู่บ้างไม่น้อยเช่นกัน ในที่สุดความพยายามของเขาก็ส่งไปถึงอีกฝ่ายบ้างแล้วสีนะ ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาจะพยายามเทคแคร์ยูตะให้ดียิ่งขึ้นไปกว่านี้อีก แต่เมื่อสังเกตหน้าตาของคนร่วมโต๊ะ มิสึกิก็ใจเต้นแรง ใบหน้าแดงก่ำ ลมหายใจรวยริน ทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็นเพราะพิษไข้ แต่มันก็คล้ายๆ กับตอนที่ยูตะอยู่ในอ้อมกอดของเขาเลยนี่หน่า ทำให้อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้จริงๆ

"อ้าว...ฮาจิเมะซัง เอาแต่จ้องผม ก็ไม่อิ่มหรอกนะครับ" ยูตะแซวทำเอามิสึกิพลอยหน้าแดงไปด้วย

"ก็...ถ้ายูตะป่วยแล้วทำตัวน่ารักแบบนี้ ผมก็อยากยูตะป่วยไปนานๆ จัง"

"แบบนั้นคุณมิสึกิคงไม่พอใจแน่ๆ เลยครับ" ยิ่งพูดก็ยิ่งแปลกยูตะเวลาป่วยแล้วจะอารมณ์ดีหรือไงนะ ปกติเวลาอยู่ด้วยกัน ถ้าไม่เขินอายก็ต้องเกร็งซะดูตลก

"ช่างหัวหมอนั่นเถอะครับ อ่ะนี่...ทานเยอะๆ นะครับ จะได้หายไวๆ"


~จริงๆ นะ ยูตะ.....ผมยังหวังว่าสักวันคุณจะเป็นสามีที่น่ารักแบบนี้บ้าง~

 

<<โปรดติดตามตอนต่อไป. . .>>

 


Devil Talk :

1 - ฮุๆ เทะอยากถูกฟุจจี้แกล้ง ได้อารมณ์ไปคนละแบบกับเรื่อง IceWall/SunShine เลย เพราะเหตุการณ์ของเทะฟูในเรื่องนี้จะเกิดหลังจากภาค SunShine คือ...เป็นแฟนกันแล้วนั่นเอง เลยออกจะกุ๊กกิ๊กกันมากกว่าหน่อย

2 - เรื่อง Present simple tense น่ะเหรอ? เหอะ...ชั้นห่วยแตกเรื่อง Grammar ยิ่งกว่าเพลงของ Grammy อีกนะ..อุ้บส์ !

 

รวมแฟนฟิค The prince of tennis คู่ ยูตะ x มิสึกิ เรื่อง "คอร์ทนี้หัวใจผมจอง" (ทั้งหมด)
http://n-o-x.exteen.com/20071010/the-prince-of-tennis-x

 

.
.
.
.
.
.


Contact :
nox.x@hotmail.com

 

edit @ 13 Mar 2008 16:34:54 by ♣♪_ Nox _♪ ♣รักเทะฟู, 28 กะหนุ่มแว่น

edit @ 13 Mar 2008 16:37:59 by ♣♪_ Nox _♪ ♣รักเทะฟู, 28 กะหนุ่มแว่น

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

หายเร็วๆๆๆ น้าาา >_<
เปลี่ยนธีมแล้วแฮะ โลโก้ริคไค เจิดจ้าดีจัง (ถึงเราจะเชียร์เจ้าชายมากกว่าบุตรแห่งพระเจ้าก็เหอะ open-mounthed smile )

จะว่าไป... เรายังติดแท็กอยู่เลยนี่หว่า sad smile
มาตามอ่านฟิคแล้วนะจ๊า~ ขอบคุณที่ไปอ่านฟิคข้าน้อยที่เด็กดีเน้อ

อาการป่วยนี่ก็ทรมารเนอะ พอดีว่าไม่ค่อยป่วยเลยไม่รู้สึก...

บาชอน...เมื่อไหร่เธอจะไปเล่นหนังวายซะทีล่ะ!

มาเล่นหนังให้จิ้นเองกับเป็นตัวประกอบแบบนี้ไม่ปลื้มนะฮ้า~

รอดู sweet boys เพราะท่าทางจะแอบให้ได้จิ้นอีกชัวร์

ปล. ขอดองแทกอีกนิดส์ กำลังหารูปมาสาดให้กระจายอยู่นะเจ้าคะ cry

#2 By [Lazulite ソムオー ] on 2008-03-13 20:14

พี่น๊อคหายเร็วๆนะครับบ
ขอให้แข็งแรงๆค๊าบบบ

เดี่ยวไว้จะมาโหลดเพลงงง
อยากฟังมากๆๆๆๆเลยคร๊าบบบ cry

#3 By TsubAmE on 2008-03-13 22:46

ง่า แย่จัง ๆ ><
ตี้ก็เคยเป็นอยู่เหมือนกันอ่า
เข้าใจเลยว่าเวลาไอทีเนี่ย ทรมานสุด ๆ เลยงะ
หายไว ๆ น้านก TT^TT!!!

เดี๋ยวไว้ไป ม. ต้องรีบไปโหลดมาฟังซะแล้ว ^0^
เสียดายตอนนี้อยู่บ้านเปิดดูคลิปไม่ได้เลยงะ
56k เต่าสุด ๆ ฮือ...

Jigoku Shoujo Live Action น่าดูจัง
ตี้ก็ชอบคาโต้ น่ารักดี เหมาะจะเป็นโอเระซามะสุด ๆ

กิ๊ด บาชอน >O<!!!
ต้องรีบไปหา Mousou Shoujo Otaku Kei มาดูบ้างแล่ว~~~!!!

รักษาสุขภาพด้วยน้า หายไว ๆ นะจ้ะ double wink

#4 By Henrietta (210.86.131.30) on 2008-03-14 12:12

อร๊ายยยยย

บาชอน นอกใจมาสะหรอ !! (เค้าแค่เล่นหนัง - -")


เทะฟูนี่ ..หวานได้อีก (ฮา)


หายไว ๆ นะค้า~~

นอนพักวันละ 28 ชม. เลย!! (เห ?? - -")

#5 By ★☆KyuubixUsagi on 2008-03-14 13:28

หายเร็วๆเจ๊ สู้ๆ

#6 By ~^maypuri^~ on 2008-03-14 14:21

ขอให้หายป่วยเร็วๆน้าbig smile
. . .
ฟุจจี้ขี้แกล้งแหะ^O^
. . .
จะรอตอนต่อไปนะ~

#7 By ~ +[ 8059 ]+ ~ New Season ~ on 2008-03-14 14:49

เฮ้!!!ว่าคนพยาบาลอยู่เรอะฮึ
ประจานเจ้นกเลย อยากบอกว่า กว่าเจ้นกจะกินอย่าลำบากมากแมวน้อยดซ็งเลย

#8 By Neko Chan (58.9.85.80) on 2008-03-15 12:07

โอ้ววว ขนาดป่วยยังอัพได้เยอะขนาดนี้ นับถือๆsurprised smile

พักผ่อนเยอะๆละกัน จะได้หานเร็วๆconfused smile

ปล. ตกใจกะบาชอนเล็กน้อย ฮ่าๆๆ

#9 By monman on 2008-03-15 15:36

หายป่วยเร็วๆน้า~

เป็นหลอดลมอักเสบเหรอ

เหมือนกานเลย

ปล. อ่านฟิคเเล้วนะ(หนุกๆ)^____^

ปายน้า...

#10 By ฮุนจู (118.174.94.74) on 2008-03-17 13:18