cosplay

 เมื่อชั้นป่วย..... [ไม่ใช่แท็กแล้วนะ...คราวนี้]

เริ่มต้นอย่างไม่ค่อยสดใส ที่หายไปเพราะเปื่อย...(=__=|||) ก่อนหน้านี้ก็อยากมาอัพบลอค แต่ก็ไม่หวาย...มึนหัวสุดๆ เพิ่งทำแถกป่วยไปแท้ๆ เลยป่วยจริงเข้าซะแล้ว << สมน้ำหน้า !! ตอบแถกเถื่อนดีนักเลยโดนอาถรรพ์ 28-82 เข้าให้ซร้า~ แต่จริงๆ เป็นเพราะช่วงนี้ใช้งานร่างกายเยี่ยงกรรมกรไปหน่อยต่างหาก พอไม่ไหวมันก็เลยประท้วงเอาแบบนี้แหละ...

วันแรกไม่มีอะไรนอกจากเจ็บโพรงจมูกมาก...ถึงมากที่สุด จนมึนขึ้นหัว พยายามนอนพักแล้ว คิดว่าแค่ 'ยาใจ' คงช่วยได้ << ม่ายช่าย.....ปกติก็เคยเป็นอยู่หรอกไอ้เจ็บโพรงจมูกเนี่ยะ แต่ก็...เช้าเป็นเย็นหาย เลยคิดว่าไม่ค่อยน่าห่วง แต่พอเช้าอีกวันเจ็บหนักว่าเดิมแถมเริ่มเจ็บลงคอ มึนหัวซะจนจะไปหาหมอยังแทบไม่ไหวเลย แต่ก็ต้องฝืนไปเพราะทิ้งไว้อาการคงแย่ขึ้นเรื่อยๆ อาการหนักใช้ได้ รู้เอาตอนจ่ายค่ายานี่แหละ...(Y^ Y) ฮือๆ วันที่ไปหาหมอกลับบ้านมาก็นอนทั้งวันเลย โดนพิษไข้หวัดเล่นงานเข้าเต็มๆ

ตอนนี้ได้แต่โอดครวญ "ปวดหัว มึนหัว เจ็บจมูกง่า...ยาใจไม่ช่วยเค้าเลย~~~~~"

เซ็งฝนหลงฤดูจริงๆ รักษาสุขภาพให้ดีอย่าประมาทนะ....เดี๋ยวป่วยแล้วจะอดปุริเอา

.
.

 

แต่พอหายมึนก็หันหน้าเข้าคอม

ไม่งั้นจะลงแดงกว่า.... ขอสักชม. 2 ชม.เต๊อะน๊า~~~ 

 

 

 

- Cosplay เซ็ตแอบเนียนเห็ด -

 

ฮ่าๆ เคยแพลมๆ ใน hi5 ไปบ้างแล้ว คราวนี้จะลงแบบเต็มๆ ล่ะนะ ช่วงนี้ขยันประจานรูปตัวเองซะจริงๆ แต่ก็เพื่อภากิจแปลงร่างอ่ะนะ...


เคยตั้งใจจะถ่ายคอสคู่เรนจิ-อินูอิอยู่นะ แต่คราวก่อนก็ดันลืม เจ็บใจมากๆ เลยถ่ายเห็ดไปก่อน อินุยังอยู่กะไคโดไว้จะตามมาทีหลังพร้อมชุดริคไคก็ล่ะกัน


ขำๆ เริ่มต้นด้วยสองรูปนี้..........

กะว่าจะลองเห็ดตาปิดแบบเสนาธิการ Yanagi Renji ซะหน่อย
(เพราะหาเสื้อเหลืองมาใส่แล้ว)
แต่ทำไม๊.....ทำไม? ดูๆ แล้ว......งืมม์  _\"/_

 

      

 

รู้สึกมันแอบไปเนียน 'Hiyoshi Wakashi' ยังไงก็ไม่รู้....???

 

"เฮ้ย ! นี่ชั้นยังไม่ทันแต่ง Hyotei เลยนะ...!!!!"  /{-_-;} << มึนตึ้บ
(ค้นพบคาแร็กเตอร์ใหม่ที่ตัวเองสามารถคอสเนียนได้เพิ่มเฉยเลย...)


พอปรับไม่ใช้แฟลช เฮ้อ~~ ค่อยยังชั่ว เป็นเห็ดผมดำตามที่ต้องการแล้ว ถ่ายโล้ด !!!!!



 

 

<ปกซิงเกิ้ลนี่แถม...เพราะส่งรูปไปให้นิโอดูด้วย และถือโอกาสถามเรื่องเรนจิด้วยซะเลย เขาบอกว่าเราเหมาะแต่งยางิว กะเรนจิล่ะ ^_^ >



      

Yanagi Renji & Niou Masaharu - TRICK, FAKE, or TRUTH

 

.
.
.

นิ่งๆ

 

หลับตา

 

เงียบ...............ฉี่

 

ตั้งใจฟังดีๆ จะได้ยินเสียง......

 

zzzzzzzzzZZZZZZZZ

คร่อก...กกกก ฟรี้~~~~~~~

 

    

 


ฮ่วย ! มันหลับไปแหล่ว..........


เฮ้ย ! ตื่น...ๆๆๆๆๆๆ

ขนาดหลับยังเนียนได้อีกนะ 555+

^
^

* เพาะเห็ดขายท่าจะรุ่งว่ะ...ชั้น

 

[รูป] Cosplay รวมมิตรปุริ งานโดจินชิ Comicon Road Kokoro -- เซ็ตแรก
http://n-o-x.exteen.com/20080519/cosplay-comicon-road-kokoro


[รูป] Cosplay งานโดจินชิ Comicon Road Kokoro เซ็ตรั่วๆ สุดฮากะ Dataman และแท็ก [IS] Inui Say!
http://n-o-x.exteen.com/20080521/cosplay-comicon-road-kokoro-dataman-is-inui-say

 

 

 

 

คอร์ทนี้หัวใจผมจอง (Devil in my heart )
By Nox

 

มาทิ้งฟิคให้อ่านไว้หน่อย เดี๋ยวจะลืมกันไปว่ายังมีฟิคให้อ่านอยู่ ตอนที่ 9 มาอัพเพราะป่วย คราวนี้ก็ได้อัพเพราะกลับมาป่วยเหมือนเดิม ช่างเป็นฟิคที่ตรงกับสถานการณ์ในชีวิตอะไรอย่างนี้หนอ?


// Devil episode 10 //
Yuta x Mizuki

 

 หลังจากที่ให้ยูตะทานยาเสร็จ มิสึกิก็เก็บจานชามไปล้าง แต่เมื่อจะกลับเข้ามาในห้อง เขาก็ได้ยินเสียงของยูตะอาเจียนดังออกมาจากห้องน้ำ มิสึกิรีบไปดูก็เห็นยูตะกดชักโครกอยู่พอดี

"ยูตะ...ยูตะ เป็นอะไรไปหรือเปล่า!?" มิสึกิลูบหลังคนที่ยังมีสีหน้าพะอืดพะอมอยู่ แต่ยูตะไม่สามารถตอบกลับไปได้ และยังอาเจียนออกมาอีก


 เขาทำพลาดอีกแล้ว ช่วงภาวะฟื้นไข้ แทนที่ยูตะจะดีขึ้น ก็กลับไปแย่เหมือนเดิม จนเขาอยากร้องไห้ออกมา อาหารเย็นที่เขาเตรียมไว้ก็ดีในด้านโภชนาการก็จริง แต่ก็ไม่เหมาะสมสำหรับคนป่วยเลย
เห็นยูตะอาการดีขึ้นก็เลยชะล่าใจไปหน่อย

"ผมผิดเองยูตะ คุณไม่สบายแท้ๆ ก็ยังฝืนใจให้ทานเข้าไปเยอะๆ อีก ผมมัน...."

"อย่ากังวลไปเลยฮาจิเมะ.... ผมผิดเองที่กินไม่ประมาณตัวเองไปหน่อยเท่านั้น พักอีกเดี๋ยวก็ดีขึ้นแล้วล่ะ ยังไม่ตายง่ายๆ หรอก"

"อย่าพูดอย่างนั้นสิ..." มิสึกิพาคนที่ตัวเองรักมานักพักที่ระเบียงด้านนนอก รู้สึกเครียดสับสน ปวดใจไปหมด 


~เขาช่างเป็นผู้จัดการทีมที่แย่ และเป็นภรรยาที่ไม่ได้เรื่องเลย~


ภาวะร่างกายของ ถ้าเกิดโรคแทรกซ้อนขึ้นมาต้องอันตรายแน่ๆ

"อย่าทำหน้า...อย่างนั้นสิ ผมไม่มีแรงปลอบคุณนะ"

"ไปโรงพยาบาลเถอะ...จะได้อุ่นใจ มีหมออยู่ใกล้ๆ ด้วย" แต่อีกฝ่ายกลับปฏิเสธ

"จะทำให้เป็นเรื่องใหญ่ไปทำไม...ฮาจิเมะ อาการผมไม่ได้แย่ขนาดนั้นสักหน่อย" ยูตะก็ยังคงปลอบใจคนที่เสียขวัญอยู่

"แล้วจะเอายังไงล่ะ? ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้นะ"

"งั้นช่วยผมอีกสักครั้งนะ...ฮาจิเมะ ลงไปบอกอาจารย์ประจำหอให้โทร.เรียกคนที่บ้านมารับผมที"


มิสึกินึกปฏิเสธในใจขึ้นทันที แค่โทร.เรียกคนที่บ้านยูตะแค่ใช้มือถือของเขาโทร.ทันทีเลยมันก็ง่ายจะตาย แต่ถ้าทำอย่างนั้นเขาก็จะไม่ได้เฝ้าไข้ยูตะอย่างใกล้ชิด และถ้าครอบครัวฟูจิรู้สาเหตุที่ยูตะต้องป่วยนั้นเป็นเพราะเขา โดยเฉพาะชูสึเกะซัง เขาอาจจะไม่ได้รับการให้อภัย และต้องถูกตัดขาดให้เลิกยุ่งกับยูตะแน่ๆ เขาจะยอมให้มันเป็นอย่างนั้นไม่ได้เป็นอันขาด ถึงแม้คนในครอบครัวจะดูแลยูตะได้ดีกว่าแค่ไหนก็ตาม


"อย่านะ...ยูตะ" ยูตะกลับต้องแปลกใจที่มิสึกิมีท่าทีแบบนี้ มิสึกิเลิกห่วงอาการของเขาไปแล้วหรือไร ทีเมื่อครู่นี้ยังแทบเป็นแทบตายอยู่เลยแท้ๆ

"ทำไม...? ล่ะครับ"

 


~จะตอบยังไงดี?~ มิสึกิคิด

~ปกตินายออกจะฉลาดแกมโกงไม่ใช่เหรอ? มิสึกิ... เอาออกมาใช้ซะสิ การเล่นงานจุดอ่อนนั่นไงล่ะ~

~แต่ให้ใช้ตอนนี้เนี่ยะนะ~

~หรือนายจะปล่อยให้ยูตะต้องจากไปล่ะ...~

 


"ว่ายังไงล่ะครับ....." ยูตะเร่งรัดคำตอบจากเขา มิสึกิจึงจำใจต้องเอาวิธีนี้ออกมาใช้ แม้กระทั่งกับคนที่ตัวเองรักก็ตาม

"นายอยากให้คนที่บ้านต้องเป็นห่วงหรือไง?" มิสึกิขึ้นเสียง

"ยูตะคงไม่อยากให้คนในครอบครัวต้องไม่สบายใจเพราะตัวเองหรอก...ใช่ไหม?"
ยูตะนึกทบทวนคำพูดของมิสึกิ ระหว่างนี้มิสึกิก็เตรียมคิดแผนต่อไปด้วยทันที

"ยูตะไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ...เรื่องหมอ เรื่องยา ผมจัดการให้ได้ คราวนี้ผมจะไม่พลาดอีกแน่นอน"

"กลับไปนอนพักเถอะนะครับ...คนดี" หลังจากที่ยอมใจอ่อนยูตะ ก็กลับไปนอนโดยที่มีมิสึกิช่วยประคองไปตลอดทาง


เมื่อจัดที่ทางให้ยูตะนอนต่อเรียบร้อยได้แล้ว มิสึกิก็กลับออกมาข้างนอกอีกครั้ง เพื่อใช้มือถือโทร.กลับไปที่บ้านของตัวเอง

"ฮัลโหล...คุณพ่อบ้านเหรอ? ขอโทษที่รบกวนกลางดึกนะ ช่วยตามคุณหมอมาที่โรงเรียนหน่อยสิ" ปลายสายเริ่มโหวกเหวกโวยวายด้วยความเป็นห่วงผู้เป็นนาย

"เปล่า....ไม่ใช่ฉัน อย่าตื่นตูมสิ แล้วก็เอาของที่ฉันสั่งพวกนี้มาด้วยนะ....." มิสึกิแจงรายละเอียดต่างๆ จนจบ ก่อนรอให้หมอมาทำการรักษายูตะ ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย


 มิสึกิอธิบายอาการไข้ของยูตะอย่างละเอียด (มาก) หมอถามเขาแค่สองสามคำ และตรวจร่างกายยูตะไปเงียบๆ มิสึกิร้อนรนจนทนไม่ได้จึงต้องถามขึ้น

"นี่หมอ...ตกลงเขาเป็นยังไงล่ะ อาการหนักมากน้อยแค่ไหน รีบบอกแล้วก็รีบทำให้ดีขึ้นซะ เร็วๆ ด้วย" นายแพทย์คนนี้เป็นหมอที่ครอบครัวมิสึกิจ้างมาเพื่อดูแลสมาชิกในบ้านโดยเฉพาะ คุณหมอถอนหายใจก่อนอธิบายให้ฟัง

"อย่ากังวลไปนักเลย ฮาจิเมะคุง... เพื่อนเธอเหมือนจะอาการหนักแต่ก็ไม่ร้ายแรงอย่างที่คิดหรอก ร่างกาย ผู้ป่วยจะอ่อนไหวได้ง่าย โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน ควรจะให้กินแต่อาหารอ่อนที่ย่อยง่ายเท่านั้น ถ้าเขาเพิ่งอาเจียนไปก็ให้งดอาหารจนกว่าเขาจะดีขึ้น ช่วงสายๆ สัก 9 โมง - 10 โมง ก็คงให้ทานพวกข้าวต้มได้ เดี๋ยวหมอฉีดยาให้ล่ะกันจะได้หายไวๆ อย่างที่ต้องการนะ" คุณหมอเตรียมยาลดไข้ กับกลูโคสแยกใส่ไซลิงค์ไว้ ก่อนที่จะเลิกแขนเสื้อยูตะขึ้น แต่ก่อนที่คุณหมอจะใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดที่ต้นแขน มิสึกิก็ตะโกนขึ้น

"เดี๋ยว!! ห้ามฉีดแขนซ้ายนะ ฉีดที่ข้างขวา..."

"อ้อ...รู้แล้วๆ อย่าโวยวายสิ หมอตกใจหมด" มิสึกิใส่ใจยูตะทั้งในฐานะภรรยา และผู้จัดการทีมไปพร้อมๆ กันเป็นครั้งแรก จนผู้เป็นหมอต้องแสดงความเห็นออกมา

"ไม่เคยเห็นฮาจิเมะคุง เป็นห่วงเป็นใยใครมากขนาดนี้มาก่อนเลยนะ"

"ก็....ผมทำเขาป่วยนี่ฮะ"

"งั้นเหรอ?...แย่หน่อยนะ แต่ให้ยาไปขนาดนี้เดี๋ยวเขาก็ดีขึ้นเองแหละ เออ...แล้วของพวกนี้คุณพ่อบ้านเขาฝากมาให้นะครับ" คุณหมอจัดข้าวของและบอกอีกครั้ง

"งั้นหมอขอตัวกลับก่อนนะครับ"

"ขอบคุณมากครับ"

เมื่อส่งคุณหมอเสร็จมิสึกิก็กลับไปหายูตะ จัดผ้าห่มให้เข้าที่ คุณหมอจัดการทุกอย่างให้แล้ว เขาคงสบายใจขึ้นได้บ้างแล้วสินะ


"ไม่เคยใส่ใจใครมากขนาดนี้น่ะเหรอ?" เด็กหนุ่มทวนคำ

 

~แน่ล่ะ...ก็เขาไม่เคยรักใครหมดหัวใจขนาดนี้มาก่อนเลยนี่หน่า~


เขาหันไปดูนาฬิกาซึ่งแขวนอยู่ที่ผนังบอกเวลา ตี 4.20 นาฬิกา

ง่วงเหมือนกันนะ แต่จิตใจมันพะว้าพะวงไม่ยอมให้เขาหลับเลย เขาต้องดูแลยูตะให้หายดีก่อนเท่านั้นถึงค่อยดูแลตัวเองได้ ทั้งๆ ที่ปกติจะต้องเข้านอนเร็วทุกวันเพื่อบำรุงความงามแท้ๆ แต่ยูตะสุดที่รักย่อมสำคัญกว่าความงามของเขาอยู่แล้วล่ะ


<><><><> <><><><> <><><><>


ยูตะตื่นขึ้นมาในยามเช้า เขาลุกขึ้นนั่ง ยังรู้สึกปวดและมึนหัวอยู่บ้าง จะแตะหน้าผากวัดไข้ก็สัมผัสถูกบางสิ่งที่ติดอยู่ที่หน้าผากของเขาเสียก่อน เมื่อแกะมาดูจึงได้รู้

'อ้อ...แผ่นเจลลดไข้' ก่อนแตะหน้าผากอีกที ตัวก็ไม่ค่อยร้อนแล้ว แต่ก็ปวดเมื่อยไปทั่วร่างกาย บนเก้าอี้ข้างเตียง มีกะละมังใส่น้ำ และยังมีน้ำแข็งที่ยังละลายไม่หมดลอยให้เห็นอยู่ ทุกทางที่ทำให้ไข้ของเขาลดลงได้ มิสึกิคงจะทำทุกทาง


 เมื่อขยับตัวจะลุกขึ้น ยูตะถึงได้รู้ว่ามีใครบางคนนอนอยู่ใต้ผ้าห่มเดียวกับเขา เมื่อเลิกผ้าห่มดู เขาก็พบคุณมิสึกิที่นอนขดตัวอยู่ข้างๆ ด้วยความเหนื่อยอ่อน น่าแปลกที่ 7 โมงกว่าแล้ว ยังเห็นคุณมิสึกินอนอยู่แบบนี้ ปกติปกติคุณมิสึกิจะนอนทีหลัง และตื่นก่อนเขาเสมอและจะต้องเป็นฝ่ายมาปลุกเขาทุกที คงมัวแต่เฝ้าไข้ให้ทั้งคืนเลยนอนไม่พอสินะ แต่จะปล่อยให้นอนต่ออยู่อย่างนี้ก็คงไม่ได้ซะด้วย

"ฮาจิเมะซัง ตื่นได้แล้วล่ะฮะ เดี๋ยวจะเข้าเรียนสายนะครับ" มิสึกิขยี้ตาวันนี้นอนไม่พอไม่อยากจะตื่นเลยจริงๆ แต่ถึงลุกไม่ขึ้นก็ยังมีกะใจเอื้อมมือไปอังหน้าผากของยูตะอีก ตัวหายร้อนแล้วค่อยหายห่วงได้หน่อย

"ง่วงจังเลยอ่า...."

"จะว่าไป...วันนี้มีซ้อมตอนเช้าด้วยไม่ใช่เหรอฮะ คุณไม่ไปมันจะดีเหรอ?" ร่างเล็กซุกตัวนอนต่อ

"ปล่อยให้อาซาคาว่าคุมทีมเองสักวันคงไม่เป็นไรหรอกน่า..." ยูตะลอบถอนหายใจ น่าน้อยใจแทนกัปตันจริงๆ เป็นกัปตันมาตั้งนานแล้ว แต่ก็เพิ่งจะได้ทำหน้าที่จริงๆ ก็คราวนี้ล่ะนะ

"ถึงยังไงก็ต้องไปเรียนอยู่ดีนะฮะ ตื่นเถอนะครับ"

"อืมม์...ฉันลาหยุดเป็นเพื่อนยูตะดีไหมน๊า~"

มิสึกิเปรยทำให้ยูตะนึกไม่ถึงว่าคนอย่างคุณมิสึกิจะพูดออกมาแบบนี้ ปกติเป็นผู้นำอยู่ตลอดเลยทำตัวเหลวไหลไม่ได้แท้ๆ

"ไม่ได้นะฮะ...ถ้าทำตัวไม่ดีลูกทีมเขาจะไม่เชื่อถือเอานะฮะ" มิสึกิทำหน้ามุ่ย

"เฮ้อ...อ เบื่อจัง ไม่อยากเป็นผู้จัดการทีม ไม่อยากเป็นหัวหน้าห้องแล้ว อยากทิ้งทุกอย่างมาเป็นแม่บ้าน เป็นพยาบาลให้ยูตะคนเดียวจัง"

"ไม่ได้นะฮะ พวกเราในวัยนี้ต้องศึกษาเล่าเรียนเป็นหน้าที่หลักกันนะฮะ"

"รู้แล้วๆ ผมไม่ดื้อแล้วล่ะครับ ข้าวเช้าของยูตะผมเตรียมเอาไว้ให้แล้ว ดูแลตัวเองดีๆ ด้วยนะครับ"

"ข...ขอบคุณครับ" ถ้าคุณมิสึกิทำตัวได้น่ารักตลอดแบบนี้ บางทีเขาก็ชักไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกันว่าอาจจะหวั่นไหวเอาได้

"แน่นะ?"

"ผมดูแลตัวเองได้ครับ" ยูตะยืนยัน

"งั้นเลิกเรียนแล้วผมจะรีบกลับมานะ"

"ครับ" แต่ร่างเล็กก็ยังง่วนๆ กับอะไรบางอย่างที่หัวเตียงอยู่

"ทำอะไรอยู่น่ะครับ?"

"อ๊ะๆ อย่าเพิ่งยุ่งนะ เดี๋ยวตอนกลางวันก็รู้เองนั่นแหละ"

"ผมไปก่อนล่ะนะ" ร่างเล็กเข้ามาหอมแก้มคนถามก่อนที่จะจากไป

"อะไรของเขาน่ะ....??"


<><><><> <><><><> <><><><>


หลังจากที่กินอาหารกลางวันเสร็จไปสักพัก ยูตะที่กำลังนอนพักอยู่เพื่อฟื้นไข้ก็ได้ยินเสียงดนตรีที่เหมือนเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือดังขึ้นมา เขาตามหาที่มาของเสียงมือถือ แล้วก็มาพบเข้าตรงบริเวณหัวเตียงที่มิสึกิทำอะไรสักอย่างไว้เมื่อเช้า ก่อนกดรับ

"ทานข้าวทานยาหรือยังครับ?" เป็นคุณมิสึกินี่เองที่โทรศัพท์มาหา

"ครับ...แล้วมือถือนี่"

"ของผมเองแหละ...เก็บไว้ให้ยูตะใช้ ถ้าเป็นอะไรหรือต้องการอะไรก็โทร.บอกผมได้นะ"

"คะ...ครับ"

"นี่...ยูตะ"

"ครับ?"

"ผมไม่อยู่ด้วยแล้ว...ยูตะเหงาไหม?"

"เปล่าสักหน่อย !"

"ก็ดีแล้ว....ดื่มน้ำกับพักผ่อนเยอะๆ นะจะได้หายไวๆ"

"หมดเวลาพักแล้วผมต้องไปเรียนก่อนนะ"

"ครับ เอ่อ...เดี๋ยวก่อนสิครับฮาจิเมะซัง"

"มีอะไรหรือเปล่า?"

"คือว่า...ผมขอบคุณ...สำหรับทุกอย่างนะครับ"

"หึ...เพื่อยูตะผมทำให้ได้ทุกอย่างอยู่แล้ว"

"รักนะ...จุ๊บ" แล้วอีกฝ่าก็ตัดสายไปดื้อๆ

"ให้ตายสิ..." ยูตะบ่นทั้งรอยยิ้ม แล้วคิด


~บางที....คุณมิสึกิอาจจะเป็นภรรยาที่ดีก็ได้นะ แต่ยังไงก็ต้องไม่ใช่ภรรยาของเขาอย่างแน่นอน~

 

<><><><> <><><><> <><><><>


"กลับมาแล้วเหรอฮะ..." ยูตะมาต้อนรับมิสึกิที่หน้าประตู เมื่อได้ยินเสียงประตูห้องเปิดออก

"ครับ ยูตะหายดีแล้วนะ?" อีกฝ่ายถามทันทีที่เจอหน้าเขา พลางยื่นมือมาสัมผัสที่หน้าผาก

"สบายดีมากแล้วล่ะครับ"

"ค่อยยังชั่วหน่อย..." มิสึกิวางกระเป๋าและค้นของที่อยู่ข้างในก่อนบอก

"งั้นเดี๋ยวผมจะจัดตารางซ้อมให้ยูตะใหม่ ที่ดีกว่านี้ให้เลยนะครับ"

"คะ...ครับ" มิสึกิเอาตารางเปล่าออกมา แล้วเริ่มต้นเขียนทันที ยูตะก็ได้แต่ปล่อยให้เขาทำตามใจ และนั่งลงอ่านหนังสืออยู่ข้างๆ เท่านั้น


สักพักผ่านไป....
เมื่อตอนกลางวันยูตะก็ได้แต่กินอาหารเบาๆ ไปนิดเดียว พอหายป่วยเลยเริ่มจะรู้สึกหิวขึ้นมาก่อนเวลาอาหารเย็นซะแล้ว เขาเลยถามคนข้างๆ ขึ้นมาตามมารยาท

"ผมจะไปหาอะไรกินสักหน่อย ฮาจิเมะซังอยากได้อะไรไหมฮะ?"

".................."

"คุณมิสึกิครับ...?" ยูตะลองเรียกเขาดูอีกครั้งหนึ่ง แต่อีกฝ่ายก็ยังคงไม่ตอบกลับมา
เมื่อลองเข้าไปมองใกล้ๆ ก็เห็นอีกฝ่ายนั่งเท้าคางนั่งเท้าคางหลับตาอยู่ เห็นลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมออย่างนี้ ก็ทำให้ยูตะรู้ว่าร่างเล็กได้เข้าสู่ห้วงนิทราเรียบร้อยไปแล้ว เห็นความทุ่มเทที่อีกฝ่ายมีให้ก็อดซาบซึ้งไม่ได้จริงๆ


~ความรักทำให้เราทำทุกอย่างเพื่อคนๆ หนึ่งได้ขนาดนี้เชียวหรือ?~


คุณมิสึกิ...ครับ
คุณรักผมมากแค่ไหนกันนะ........?


แต่การกระทำของอีกฝ่ายก็น่าจะเป็นคำตอบให้ยูตะได้ดีอยู่แล้ว เขาก็เป็นแค่เด็กผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น เล่นเทนนิสก็ไม่เก่งเท่าไหร่ ทำไมคนเก่งๆ อย่างคุณมิสึกิต้องมาทำเพื่อเขาขนาดนี้ด้วยนะ


~ถ้าเกิดว่าสิ่งที่ทำไปไม่สามารถเปลี่ยนใจผมได้ คุณมิสึกิยังจะทำต่อไปเพื่อความรักได้อีกงั้นหรือ?~


ยูตะลุกขึ้นก่อนก้มตัวลงช้อนร่างเล็กมาอุ้มไว้ในอ้อมแขน มิสึกิยังหลับได้อยู่โดยไม่รู้ตัว แต่ก็ฝังใบหน้าลงกับอก และกอดยูตะเอาไว้ก่อนพึมพำออกมาเบาๆ

"อือ...ยูตะคุง" เจ้าของชื่อพาคนที่เรียกเขาไปวางบนเตียงอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายต้องตื่นจากหลับใหลก่อนจะถึงเวลา ยูตะปลดเนคไทน่าอึดอัดที่คออีกฝ่ายออก ก่อนดึงผ้านวมมาห่มให้ แล้วเฝ้ามองคนที่หลับอยู่แล้วคิด ถ้าตอบแทนด้วยคำขอบคุณมันก็อาจจะน้อยไปแล้วก็ได้

ยูตะโน้มใบหน้าลง แนบริมฝีปากกับแก้มนุ่มเนียนเบาๆ ก่อนปล่อยให้อีกฝ่ายพักผ่อนต่อให้เพียงพอ

น่าเสียดายแทนมิสึกิที่ไม่ทันได้รับรู้เพราะยังหลับอยู่ แต่รอยยิ้มที่เผยออกมาตอนนอนนี้ เขาคงกำลังฝันดีอยู่แน่ๆ

 


 


<<โปรดติดตามตอนต่อไป. . .>>

 

Devil Talk :

- ยูตะคุง...อย่าคิดมากซี่ นายตอบแทนไปด้วยร่างกายก่อนหน้านี้แล้วไง ไม่ต้องทำอะไรให้นังมิมันแล้ว เพราะนี่เป็นความผิดของนังมิคนเดียวจริงๆ แต่ยูตะเค้าใจดีเลยชอบคิดมากแบบนี้ล่ะนะ


รวมแฟนฟิค The prince of tennis คู่ ยูตะ x มิสึกิ เรื่อง "คอร์ทนี้หัวใจผมจอง" (ทั้งหมด)
http://n-o-x.exteen.com/20071010/the-prince-of-tennis-x


Contact :
nox.x@hotmail.com

.

.

.

 

 

edit @ 3 Jun 2008 11:45:51 by ♣♪_ Nox _♪♣ Ver. แม่ยกน้องยา Bachon โฮกเทะฟู

edit @ 11 Jun 2008 14:27:26 by ♣♪_ Nox _♪♣ Ver. แม่ยกน้องยา Bachon โฮกเทะฟู